Dining table ในยุคระหว่าง Georgian และ Regency period | The Classic Chair Company

Dining table ในยุคระหว่าง Georgian และ Regency period นวัตกรรมเปลี่ยนโลกในการทานอาหาร

ในช่วงกลางที่ 18 ต่อเนื่องจนถึงต้นศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงรุ่งเรืองเฟื่องฟูของอังกฤษและยุโรป อุตสาหรรมเฟอร์นิเจอร์ของอังกฤษถูกจัดให้เป็น Golden age of classic furniture making ในระหว่างนั้น โดยเฉพาะโต๊ะทานข้าวซึ่งในยุค Victorian จะมีความเทอะทะและไม่เหมาะสมในสายตานักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ทำให้ผู้ใช้ไม่สะดวกในการหัน ซ้ายขวา หรือเคลื่อนตัวเอนกายไปหาผู้ที่อยู่หัวโต๊ะหรือข้างๆกัน เพราะมาติดเจ้าขาโต๊ะขนาดเขื่องอยู่ที่มุมทั้งสี่ด้าน

นอกจากนั้นโต๊ะในอดีตมีขนาดที่ฟิตมาเรียบร้อย ครั้นจะเพิ่มหรือลดปริมาณพื้นที่เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนคนนั่งที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ทำไม่ได้ จนในที่สุดรูปแบบของโต๊ะที่มีการเพิ่มรายละเอียดอาทิเช่นลบเหลี่ยมมุมตรงขาโต๊ะออกไป แล้วทำขาโต๊ะซ่อนไว้ใต้โต๊ะเพื่อรองรับน้ำหนักโครงสร้างทั้งหมดเช่นเดิมได้ และยังสามารถมีกลไกให้ต่อขยายโต๊ะให้จาก 6 ที่นั่งเป็น 8 เป็น 12 ที่นั่งได้โดยไม่ต้องซื้อโต๊ะใหม่

The Classic Chair Company ได้นำเอาแนวคิดในการสร้างโต๊ะทานอาหารที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ในเรื่อง ความแข็งแรงทนทาน สวยงามและเปี่ยมไปด้วยเส้นสายลายเส้นซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเฟอร์นิเจอร์ที่เราผลิตอยู่แล้ว แต่ได้เพิ่มเอาหลักการย้ายขาโต๊ะที่มุมทั้งสี่ของโต๊ะให้หลบไปอยู่ใต้โต๊ะ สามารถมีสลักเชื่อมต่อขยายโต๊ะให้ออกมาได้เช่นเดียวกันกับในอดีต

TA 429 Dining table คือโต๊ะทานอาหารที่มีขนาดความยาวของโต๊ะถึง 3 เมตร หน้ากว้างถึง 120 CM และสูงตามมาตรฐานที่ 76.5 CM โดยทำจากไม้ Mahogany นำเข้าทั้งตัว แต่ก่อนที่เราจะผลิตแต่ละตัว เราต้องทำ Treatment เนื้อไม้ให้มีความชื้น ความแห้งที่เหมาะสมเป็นเวลา 5-6 เดือนด้วยกัน (แหม่ฟังแล้วเหมือนบ่มเหล้าองุ่นอะไรอย่างนั้นเลย)

หลังจากนั้นเราต้องมาตัดและแต่งให้ได้ขนาดที่ต้องการ แต่เนื่องจาก Mahogany มีส่วนที่เป็นตาเยอะโดยธรรมชาติของเค้า เราเลยใช้ Santose rosewood วีเนียร์ไม้แท้คุณภาพสูงในการปิดผิวหน้าโต๊ะทั้งหมด และเล่นลายกับขอบโต๊ะทุกด้านซึ่งหากเป็นไม้ทั่วไปไม่สามารถทำลายทำขอบได้ และ Santose rosewood ได้ชื่อว่าเป็นไม้ที่มีลายไม้สวยที่สุดประเภทหนึ่ง ตลอดจนเจียมุมทั้งสี่ให้โค้งเว้าพิเศษเพื่อ “ลบเหลี่ยมมุมโต๊ะ” ทำให้โต๊ะดูมีสรีระ ทรวดทรงที่แปลกตา

อีกทั้งยังผลิตขาโต๊ะในรูปแบบ Canon leg ที่นิยมในสมัยนั้นสะท้อนอิทธิพลปลายกระบอกปืนใหญ่ที่อังกฤษใช้ในการล่าอาณานิคม เสริมด้วยขาเหล็ก Stainless steel แข็งแรงในทุกขาพร้อมยางรองขาป้องกันรอยขีดข่วนในบ้านที่เป็นพื้นไม้

ส่วนที่สำคัญที่สุดอีกส่วนหนึ่งคือสลักใต้โต๊ะที่สามารถประกอบชิ้นส่วนโต๊ะให้เพิ่มขึ้น และลดลงเพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับคนนั่งให้ได้ตั้งแต่ 6-12 คนได้อย่างสบายในโต๊ะเดียว ไม่ต้องไปซื้อโต๊ะที่สองเพิ่มเติม เรียกว่าซื้อหนึ่งได้สองครับ

นอกจากนั้นหากสังเกตุให้ดี เฟอร์นิเจอร์จาก The Classic Chair เราจะไม่ใช้การพ่นแว๊กซ์เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์เงาเกินธรรมชาติ เราจะใช้ยางรักที่เป็นยางธรรมชาติมาขัดผิวโต๊ะทุกส่วนแล้วนำไปอบในอุณหภูมิที่สูงกว่าจะได้โต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์หนึ่งชิ้นที่มีความ “เงางามแบบธรรมชาติ” ต้องใช้เวลากว่า 1 สัปดาห์ที่เดียวครับ

หวังว่าเจ้า TA 429 จะเป็นตัวเลือกสำหรับบ้านที่มีขนาดใหญ่และรอญาติพี่น้องกลับมาร่วมรับประทานอาหารพร้อมเพรียงกันได้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ครับ

3-seat Antoine Sofa แรงบันดาลใจจากยอดนักออกแบบในยุค Art Deco | The Classic Chair Company

3-seat Antoine Sofa แรงบันดาลใจจากยอดนักออกแบบในยุค Art Deco โดย Émile-Jacques Ruhlmann หรือมักที่จะเรียกสลับกับชื่อกลางว่า Jacques Émile Ruhlmann

ในต้นศตวรรษที่ 20 Ruhlmann จัดเป็นนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์หัวก้าวหน้ามากทั้งๆที่เขาเองไม่ได้ร่ำเรียนในเรื่องการออกแบบแต่อย่างใด แต่เนื่องจากคุณพ่อของเขาซึ่งอยู่ในธุรกิจรับจ้างวาดภาพและออกแบบตกแต่งมาก่อนที่เขาจะสืบต่อกิจการของคุณพ่อและก่อตั้งบริษัทของเขาเองในเวลาต่อมาร่วมกับเพื่อนคู่หูคนสำคัญ Pierre Laurent

ความสำเร็จในการออกแบบของ Ruhlmann กลายเป็นตำนานให้นักออกแบบในเวลาต่อมาได้ก้าวข้ามสู่มิติแห่งการออกแบบที่เน้นการจัดวาง ความเรียบง่ายของเส้นสายตัวเฟอร์นิเจอร์ แต่เติมเต็มด้วยวัสดุที่ให้ความรู้สึกหรูหรา Exotic มากกว่าเฟอร์นิเจอร์ในยุคอดีต ประดุจอัญมณีที่ใช้ตกแต่งเรือนร่างของเจ้าของผู้สวมใส่ ฉันใดก็ฉันนั้น

ด้วยเหตุนี้เฟอร์นิเจอร์ของ Ruhlmann กลายเป็นของสะสมที่หายากและแพงมากในราคาปัจจุบันสำหรับนักประมูล The Classsic Chair Company เล็งเห็นความต้องการดังกล่าวและด้วยความชำนาญในการผลิตทุกข้้นตอนนับแต่การเลือกสรรรูปแบบ ตัววัสดุที่จะนำมาใช้ จนกลายเป็นเจ้า Antoine Sofa สามที่นั่งดังกล่าว

ซึ่ง The Classic Chair Company ได้รับอิทธิพลของชุดโซฟารหัส 128 ในเว็บไซต์ที่อุทิศชีวประวัติให้กับ Ruhlmann ซึ่งทำมาจากไม้ Macassar Ebony หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Striped Ebony เหตุเนื่องจากมีลายสีน้ำตาลเข้มเป็นลายทางสวยงามและโดดเด่นมากในทำนองเดียวกับไม้กลุ่ม Rosewood แต่เนื่องจากมีปริมาณที่จำกัดและเติบโตในดินแดนทุรกันดาลในประเทศอินโดนีเซีย จึงมีความยากในการผลิตและจัดว่าแพงมาก นิยมใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ชั้นสูงและเครื่องดนตรีอาทิ กีตาร์อคูสติกเพราะความแข็งแรงของเนื้อไม้ทำให้เกิดเสียงก้องกังวาลที่ดี และลายไม้สวยงามมากแต่จัดว่ามีราคาแพงมาก

Antoine Sofa ผลิตขึ้นโดยใช้ไม้นอก Acasia ที่นิยมทำเฟอร์นิเจอร์โดยเฉพาะในครัวเรือนเพราะมีคุณสมบัติทนน้ำ และมีความเรียบมันลื่น แข็งแรง และ Top ด้วย Santose Rosewood เป็นไม้แท้ปิดหน้าเฟอร์นิเจอร์ที่จัดว่ามีลายสวยและแพงที่สุดชนิดหนึ่ง โดยเราจัดเรียงลายไม้ให้ไล่เลียงกันตลอดทั้งตัวเฟอร์นิเจอร์ซึ่งเป็นงานที่ยากระดับหนึ่งทีเดียวในการที่จะให้มีลวดลายต่อเนื่องสะดุดตาทุกมุมมอง

โดยเราไม่ใช้ส่วนไม้อัด MDF หรืออะไรภายในตัวโครงเจ้า Antoine Sofa เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ทั้งตัวเราเลือกใช้ Acasia ในการประกอบโครงสร้างภายในทั้งหมด นักสะสมจึงหายห่วงในเรื่องความแข็งแรงในระยะเวลายาวนาน ตลอดจนการดูแลรักษาซึ่งทาง Classic Chair Company ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆในเฟอร์นิเจอร์ทุกตัวของเรา

และการทำ Piano-black higloss ของเรามีกรรมวิธีพิเศษที่ให้ผิวสัมผัสมีความเรียบเนียนตลอดทั้งตัว พร้อมด้วยโครงสร้างเบาะลองนั่งแและพนักพิงที่บุด้วยไฟเบอร์ที่มีความเหนียวนุ่มรู้สึกได้ทันที่ที่ได้รองนั่งในครั้งแรก ปิดทับด้วยลายผ้าจาก Jim Thompson ที่ช่วยเพิ่มความหรูหรายิ่งขึ้นไปอีก

ในส่วนฐานรองรับด้วยลูกตุ้มเหล็กทรงกลมมนแปลกตาที่หล่อขึ้นโดยเฉพาะจาก Stainless steel รหัส 304 โดยมีคุณสมบัติไม่เกิดสนิม คงความแวววาวประดุจประกายเพชรที่ฐานทั้ง 4 ด้าน ชวนให้หลงใหลยิ่งนัก

3-seat Antoine Sofa จึงเป็นประติมากรรมที่คู่ควรในการสะสมของนักสะสมเฟอร์นิเจอร์ในยุค Art Deco เพราะคงมีผู้ผลิตน้อยรายในตลาดที่สามารถถอดจินตนาการการสร้างสรรค์ในแบบที่ The Classic Chair Company ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาตั้งแต่ปี 1957 หรือกว่า 60 ปีมาแล้วครับ

our new collection ‘Luxury Contemporary Furniture | The Classic Chair Company

The Classic Chair Company proudly present our new collection ‘Luxury Contemporary Furniture’ for the exclusive lifestyle in every rooms; living, dining and bedroom, featuring materials such as exotics wood, brass, Italian leather, marble and with PU hi-gloss finished.

The Classic Chairs Company ภูมิใจนำเสนอเฟอร์นิเจอร์รุ่นใหม่สะท้อนภาพลักษณ์ ในแบบ Luxury Contemporary Furniture ทั้งรูปแบบและขั้นตอนการผลิต คัดสรรจากวัสดุธรรมชาติคุณภาพสูงทั้งหนังอิตาลีระดับพรีเมี่ยมทั้งตัว งานโครงสร้างเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรงจาก exotic solid wood ตลอดจนความเงางามของงานโลหะและทองเหลืองที่คงความแวววาวตลอดอายุการใช้งาน รวมทั้งงาน PU hi-gloss คุณภาพอีกมาก

เชิญพบและสัมผัสสินค้าจริงได้ที่สาขาเอกมัย ภายในอาคาร Lamptitude ตั้งแต่เวลา 10:00-19:00 ทุกวัน หรือโทร 089-665-3897, 084 474 5599

 line : @TheClassicChair
 FB inbox : m.me/classicchairs
 FB Page : www.facebook.com/classicchairs/
 Map Shop : https://goo.gl/maps/74cYJRi4PBPEmtsY8

Classic Chippendale Chair ความเรียบง่ายแต่แฝงเสน่ห์ด้วยงานไม้แกะสลัก | The Classic Chair Company

Classic Chippendale Chair (inspired by Thomas Chippendale around 1780)
เก้าอี้ในแบบ Irish Chair ที่ปรากฏในหนังสือว่าด้วยการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่มีชื่อเสียง ” The Gentleman and Cabinetmaker’s Director” ของ Thomas Chippendale ที่ตีพิมพ์ในปี 1754 ด้วยความเรียบง่ายแต่แฝงเสน่ห์ด้วยงานไม้แกะสลักตรงพนักพิงในลักษณะทักทอไขว้กัน (Pieced Interlace) แต่ในความเป็นจริงเป็นการแกะสลักจากแผ่นไม้แผ่นเดียวในส่วนชิ้นหลังกลางให้ดูเหมือนมีการไขว้ไปมากัน ทำให้จุดเด่นนี้เป็นเอกลักษณ์หนึ่งของ Chippendale แถมให้อารมณ์ความรู้สึกผ่อนคลายจากการเดินลายอ่อนช้อยเช่นนี้ น่าชวนนั่งยิ่งนัก

ที่สำคัญไปกว่านั้นเอกลักษณ์ที่เป็นแบบ “Saddled-shape seat” คือส่วนรองนั่งที่โค้งรับสรีระเจ้าของในขณะนั่งเพื่อกระจายแรงกดทับกระดูกเชิงกรานให้ไปด้านข้างแก้มก้น เมื่อผนวกกับแผ่นรองรับหลังที่โค้งตามแนวกระดูกสันหลังแล้วละก็ Classic Chippendale Chair ตัวนี้คงทำให้เรานั่งทำงาน สนทนา ทานอาหารไปได้อีกยาวนานหลายปีเพราะการออกแบบอย่างถูกหลักสรีระศาสตร์เมื่อสองร้อยกว่าปีมาแล้ว ว้าววว

อุตสาหกรรมการผลิตในโลกปัจจุบันละเลยในส่วน “Saddled-shape Seat” นี้แทบจะทุกแห่งเพราะการทำโครงให้มีส่วนโค้งทั้งด้านหน้าและหลังนอกจากจะเสียเวลาแล้วยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นด้วยแต่ที่ Classic Chair เรายึดมั่นในมาตรฐานและต้นแบบการผลิตในอดีตทุกประการเพื่อคงไว้ซึ่งความคลาสสิกและคุณค่าของเจ้าของทุกท่าน

นอกจากนี้ตัวยึดขาล่างทั้งสอง Cross stretches และด้านข้างเข้ากับขาเก้าอี้แนวตรง (Straight legs) และขาแนวโค้งด้านหลัง (Curved Legs) ทำให้เก้าอี้ตัวนี้มั่นคง ปลอดภัยไม่ว่าวัยไหนไม่มีล้มหน้าหรือหลัง (ออกข้างอย่างเดียว 55 อะล้อเล่น)

และเอกลักษณ์สุดท้ายคือการติดหมุดทองเหลือง (Brass Nails) จำนวนสองแถวรอบตัวผ้านั่งก็เป็นเอกลักษณ์ดั่งที่ Thomas Chippendale บอกเสมอว่า ” The seats are most commonly done with brass nails in one or two rows”

นั่นละครับเจ้าของต้นแบบกล่าวไว้เข่นนี้ เราก็คงไม่สามารถทำเป็นอื่น แต่เดี่ยวก่อนหากตัดสินใจภายใน 10 นาทีนี้เราสามารถเปลี่ยนหมุดทองเหลืองเป็นเดินลูกไม้ ติดแถบ Braid หรือ Double Piping ตามขอบเก้าอี้ได้ครับ 555

Classic Bergere Chair with A Reading Lectern in Regency Period the middle of 18th Century

“Classic Bergere Chair with A Reading Lectern in Regency Period the middle of 18th Century”
เก้าอี้นั่งในแบบบุนวมขนเป็ดทั้งตัวเริ่มเป็นที่นิยมในช่วงราวต้นศตวรรษที่ 18 ซึ่งเรียกในภาษาฝรั่งเศสว่า Bergere ที่เรามักเห็นร้านเฟอร์นิเจอร์มาบุนวมทั้งตัวออกวางขายทั่วไปแล้วโชว์ลายแกะสลักตัวโครงสร้างจากไม้เนื้อแข็ง ซึ่งในอดีตนิยมใช้ไม้ Mahogany, Walnut, Beech ที่ The Classic Chair เราเลือกใช้ไม้ Rose Wood หรือกลุ่มจำพวกไม้ประดู่ที่จัดเป็นไม้ราคาแพงที่นิยมใช้ทำงานเฟอร์นิเจอร์ระดับ Hi-End เท่านั้น โดย โครงสร้างเก้าอี้ตัวนี้อยู่ในรุ่น Model YL ที่เสริมแสตนด์อ่านหนังสือแบบในอดีตที่เรียกว่า Reading Lectern จากไม้ประดู่เช่นเดียวกันที่สมัยก่อนนิยมใช้วางหนังสือปกหนังสัตว์ที่เย็บเข้าเล่มซึ่งมีขนาดใหญ่เกินกว่าเจ้าของหนังสือจะถืออ่านได้ ตัว Reading Lectern สามารถปรับระดับตามต้องการโดยไม้ย้นด้านหลังตามตำแหน่งสายตาของผู้อ่าน และตัวโครงเหล็กทำจาก Solid Brass ทองเหลืองนำเข้าตีรูปขึ้นเองด้วยมือ หากเป็นสมัยนี้ก็วาง Ipad อ่านได้อย่างสบายๆ จุดเด่นของ Model YL ที่สำคัญมากคือตัวรองนั่ง แผ่นหลังด้านข้างสานขึ้นจากหวายทั้งตัวในจำนวนเส้นหวายที่มากพอจะรองรับและให้ควา ยืดหยุ่น แถมดูเท่และคลาสสิคไปในตัว ซึ่งโดยปกติร้านทำเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปที่ต้องการประหยัดเวลา ค่าใช้จ่ายก็จะสานตัวหวายแล้วนำไปแปะบนตัวเก้าอี้ด้วยกาวพิเศษ แต่ที่ Classic Chair เราสานตัวหวายบนตัวโครงสร้างไม้ทั้งตัว (Caned Seat) ซึ่งต้องพิถีพิถันมากในการเลือกตำแหน่งเจาะรู เดินเส้นหวายบนโครงไม้โดยเฉพาะการสานหวายในแผ่นหลังคนนั่ง เนื่องจากมีส่วนเว้าส่วนโค้งตามแนวไม้ที่รองรับแผ่นหลังไม่ได้ตรงดิ่งจนสามารถขึงหวายด้วยความรวดเร็วได้ ตัวขาหน้าแกะสลักกลึงทั้งคู่ และขาหลังเป็นช่วงที่ยากที่สุดเพราะเป็นแนวไม้ขนาดยาวและใหญ่เป็นเส้นเดียวตรงจากพนักพิงศรีษะยาวลงมาถึงขาด้านล่าง และช่างไม้ต้องเกลาไม้ให้โค้งเพื่อรองรับช่วงกระดูกสันหลังและเพิ่มความสวยงามอ่อนช้อยของเก้าอี้ตัวนี้ให้มีมุมสวยเมื่อมองจากด้านข้างอีกต่างหาก เรารักษาคุณค่าในแบบดั้งเดิมด้วยการใส่ล้อเหล็กทองเหลืองที่ขาสี่ข้างด้วย Solid Brass Castors
ที่ทำขึ้นเฉพาะทำให้ผู้นั่งสามารถขยับอิริยาบถได้ แต่ไม่ถึงกับไหลลื่นไปชนสิ่งต่างๆได้ ยิ่งทำให้ Model YL นี่โดดเด่นกว่าเก้าอี้นั่งในแบบ Bergere ทั่วไปที่เห็นจนชินตา ที่เหลือก็มีการเดินเส้นสายลายเส้นสี่เหลี่ยมในฐานเก้าอี้ไปจนถึงที่ท้าวแขนที่แกะสลักเซาะล่องเป็นลายเส้นพร้อมหุ้มหน้งและตอกหมุด (ฺBrass Nails) ด้วยมือที่ละเม็ดจนชิดเรียงสวยงามต่อกันในส่วนที่วางแขน ตัวเบาะหนังจากนำเข้าที่เป็น Vegetable Tanned Leather จากอิตาลี และเป็นหนังส่วน Full Grain Leather ที่เป็นหนังชั้นนอกสุดที่มีความทนทานพร้อมริ้วรอยธรรมชาติของหนังสัตว์ให้ความรู้สึก Vintage ไปอีกแบบโดยเบาะนั่งและหลังบุด้วยขนเป็ดให้ความอบอุ่นนุ่มสบายและ Button ตัวเก้าอี้ทั้งหลังและที่นั่งให้ดูมีมิติแทนที่จะราบเรียบเกินไป และเมื่อรองนั่งต้องบอกว่าไม่อยากลุกไปไปไหนแล้ว “ยกเว้นตอนเมียเรียกให้ไปล้างจาน” 5555

One of the most inventive chairs in early 19th Century | The Classic Chair Company

One of the most inventive chairs in early 19th Century
The Metaphoric (ปรับเปลี่่ยนได้) Library Chair by Morgan and Sanders.
1. เป็นเก้าอี้ที่ให้อรรถประโยชน์สองอย่างในเวลาเดียวกันคือเป็นเก้าอี้ไม้ Rosewood (กลุ่มเดียวกับไม้ประดู่) ที่ภูมิฐาน แข็งแรงและสามารถปรับเปลี่ยนโดยพลิกตัวพนักพิงให้โน้มไปด้านหน้าจนสุดพื้นเพื่อกลายเป็นก้าวบันไดสำหรับให้เจ้าของเดินขึ้นไปยังตู้เฟอร์นิเจอร์ ชั้นวางหนังสือเพื่อหยิบหนังสือได้ จึงได้ชื่อว่าง “The Metaphoric Library Chair”
2. ถูกคิดค้นในยุค Regency ราว 1810 โดย Morgan and Sanders นักออกแบบเชิงสร้างสรรค์ ที่เป็นเจ้าของสิทธิบัตรการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ได้หลากหลายประโยชน์ Chair-Bed, Sofa-Bed, Chair-Library Step หรือเรียกเป็นทางการตามชื่อ Metaphoric Library Chair นั่นเอง
3. ตัวเบาะนั่งหนังตอกหมุดด้วยมือทีละเม็ดถึง 150 เม็ด (Solid Brass Nail) เพื่อเสริมความแข็งแรงของเบาะรองนั่งและให้เส้นสายที่ดูสะดุดตา
4. ใช้หนังวัวฟอกถึง 20 Sq.ft มาทำให้ดูเก่าเพื่อประดับช่วงบันไดแต่ละขั้นพร้อมเดินลวดลายอย่างปราณีต
5. ที่เท้าแขนแกะสลักแบบเซาะร่องนูน (Reeding) และรวมถึงพนักพิงด้วย เพิ่มรายละเอียดมากขึ้น พร้อมด้วยขาหน้าที่เป็น Sabre Legs หรือขาดาบตามประวัติศาสตร์เช่นเดียวกับขาหลังในแบบ Curved Legs

Two purpose in-outdoor furniture set เฟอร์นิเจอร์ไม้สักกับผ้าที่มีคุณสมบัติแห้งเร็ว | The Classic Chair Company

Two purpose in-outdoor furniture set
งานมาใหม่มาวันนี้เฟอร์นิเจอร์ไม้สักกับผ้าที่มีคุณสมบัติแห้งเร็วและทนทานเป็นพิเศษต่อสภาวะกลางแจ้ง นั่งนุ่มคืนตัวเร็วด้วยใยสังเคราะห์เนื้อดี

ดูแลง่าย หรูหราในทุกมุมมองจริงๆครับ
✅ line@ : The Classic Chair
✅ FB inbox : m.me/classicchairs
✅ FB Page : www.facebook.com/classicchairs/
✅ Map Shop : https://bit.ly/2VUKgj6

New Petchburi Road Branch 089 767 6688
CDC Branch 089 815 4660
Ekamai Branch 089 665 3897
Bangna Branch 063 268 9099